PTTEP กำไรไตรมาสามพุ่ง 153% จากยอดขายเพิ่ม-กำไรประกันความเสี่ยง
PTTEP กำไรไตรมาส 3 รวม 664 ล้านดอลลาร์ หรือ 2.41 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 153.24% โดยมาจากยอดขายเพิ่มขึ้นและกำไรจากประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน
บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 664 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 372 ล้านดอลลาร์ หรือ 153.24% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่มีกำไรสุทธิ 292 ล้านดอลลาร์
กำไรสุทธิโดยหลักจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น รวมถึงมีการรับรู้กำไรจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน ในขณะที่ไตรมาส 3 ปี 2564 รับรู้ขาดทุน และรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย ในขณะที่ไตรมาส 3 ปี 2564 ไม่มีการรับรู้
กำไรสุทธิ 664 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นกำไรจากการดำเนินงานปกติสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 จำนวน 706 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 371 ล้านดอลลาร์ เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่มีกำไร 335 ล้านดอลลาร์
สาเหตุหลักจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 644 ล้านดอลลาร์จากปริมาณการขายเฉลี่ยต่อวันและราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ในขณะที่ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 131 ล้านดอลลาร์ โดยหลักจากโครงการในประเทศไทยและประเทศโอมานตามกำไรที่เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 80 ล้านดอลลาร์ โดยหลักจากโครงการจี 1/61 และโครงการจี 2/61 เริ่มการผลิต รวมถึงค่าภาคหลวงเพิ่มขึ้น 39 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่จากรายได้จากการขายในประเทศไทยและประเทศมาเลเซียที่เพิ่มขึ้น
ขาดทุนจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 จำนวน 42 ล้านดอลลาร์ ลดลง 1 ล้านดอลลาร์ เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่มีขาดทุน 43 ล้านดอลลาร์ สาเหตุหลักจากการรับรู้กำไรจากเครื่องมือทางการเงิน โดยหลักจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันที่มีกำไร 94 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการ Mark to Market จำนวน 64 ล้านดอลลาร์ จากราคาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าปรับตัวลดลง ในขณะที่ไตรมาส 3 ปี 2564 รับรู้ขาดทุนที่ 41 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการ Mark to Market จำนวน 46 ล้านดอลลาร์ จากราคาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับกำไรจากสัญญาซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 23 ล้านดอลลาร์จากเงินบาทที่อ่อนค่าลงในอัตราที่มากกว่าไตรมาส 3 ปีก่อน
อย่างไรก็ตามมีการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขายจำนวน 95 ล้านดอลลาร์ ภายหลังการจัดประเภทสินทรัพย์และหนี้สินของ PTTEP BL เป็นสินทรัพย์และหนี้สินที่ถือไว้เพื่อขาย (ไตรมาส 3 ปี2564: ไม่มีการรับรู้) รวมทั้งขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้น 51 ล้านดอลลาร์ จากเงินบาทที่อ่อนค่าลงในอัตราที่มากกว่าไตรมาส 3 ปีก่อน
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดเดือนกันยายน 2565 เปรียบเทียบกับปี 2564 ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดเดือนกันยายน 2565 จำนวน 1,581 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 691 ล้านดอลลาร์ เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดเดือนกันยายน 2564 ที่มีกำไรสุทธิ 890 ล้านดอลลาร์
โดยหลักจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น ประกอบกับขาดทุนจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน รวมถึงค่าเสื่อมราคา ค่าสูญสิ้น และค่าตัดจำหน่ายลดลง นอกจากนั้นงวดเก้าเดือนปีก่อนมีการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่เกิดจากการสำรวจและประเมินค่าบางส่วนของโครงการสำรวจปิโตรเลียมในประเทศบราซิล สุทธิกับการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย (งวดเก้าเดือน ปี2564 : ไม่มีการรับรู้) และงวดเก้าเดือนปีก่อนมีการรับรู้กำไรจากการซื้อโครงการโอมาน แปลง 61 โดยกำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดเดือนกันยายน 2565 จำนวน 1,581 ล้านดอลลาร์แบ่งเป็นกำไรจากการดำเนินงานปกติสำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดเดือนกันยายน 2565 จำนวน 1,922 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 955 ล้านดอลลาร์
เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดเดือนกันยายน 2564 ที่มีกำไร 967 ล้านดอลลาร์ สาเหตุหลักจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 1,937 ล้านดอลลาร์ จากปริมาณการขายเฉลี่ยต่อวันและราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าเสื่อมราคา ค่าสูญสิ้น และค่าตัดจำหน่ายลดลง 69 ล้านดอลลาร์ โดยหลักจากโครงการบงกช สุทธิกับโครงการจี 1/61 ที่เริ่มการผลิต
ในขณะที่ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 721 ล้านดอลลาร์ โดยหลักจากโครงการในประเทศไทยและประเทศโอมานตามกำไรที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 203 ล้านดอลลาร์ โดยหลักจากโครงการจี 1/61 และโครงการจี 2/61 เริ่มการผลิต และโครงการมาเลเซีย รวมถึงค่าภาคหลวงเพิ่มขึ้น 126 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่จากรายได้จากการขายในประเทศไทย และประเทศมาเลเซียที่เพิ่มขึ้นขาดทุนจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติสำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดเดือนกันยายน 2565 จำนวน 341 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 264 ล้านดอลลาร์ เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดเดือนกันยายน 2564 ที่มีขาดทุน 77 ล้านดอลลาร์ สาเหตุหลักจากงวดเก้าเดือนปี 2564 มีกำไรจากการซื้อโครงการโอมาน แปง 61 จำนวน 350 ล้านดอลลาร์ ประกอบกับขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้น 93 ล้านดอลลาร์ จากเงินบาทที่อ่อนค่าลงในอัตราที่มากกว่างวดปีก่อน
นอกจากนี้งวดปีนี้มีการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขายจำนวน 95 ล้านดอลลาร์ ภายหลังการจัดประเภทสินทรัพย์และหนี้สินของ PTTEP BL เป็นสินทรัพย์และหนี้สินที่ถือไว้เพื่อขาย อย่างไรก็ตามงวดเก้าเดือนปี2564 มีการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่เกิดจากการสำรวจและประเมินค่าบางส่วนของโครงการสำรวจปิโตรเลียมในประเทศบราซิลจำนวน 145 ล้านดอลลาร์ฃ
ในขณะเดียวกันขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงินลดลง โดยหลักจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันที่มีขาดทุนลดลง 105 ล้านดอลลาร์ (ซึ่งรวมขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการ Mark to Market ที่ลดลง 126 ล้านดอลลาร์ ) จากราคาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่างวดปีก่อน และกำไรจากสัญญาซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าเพิ่มขึ้น 35 ล้านดอลลาร์จากเงินบาทที่อ่อนค่าลงในอัตราที่มากกว่างวดปีก่อน
ราคาหุ้น PTTEP ปิดตลาด;yomuj 25 ต.ค. เพิ่มขึ้น 1.00 บาท หรือ 0.58% ปิดที่ 173.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2.25 พันล้านบาท
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB